Phones





InnovestX ส่องเป้าดัชนีปี 70 ที่ 1,715 จุด ล็อกเป้าหุ้น AI

2026-10-01 18:33:32 103



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - InnovestX มองการลงทุนไตรมาส 4/69 เผชิญความเสี่ยงจากดอกเบี้ยสูง ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน และ ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง แต่ประเมินกำไร บจ. ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ยังคงประเมินจีดีพีของไทยปีนี้โต 2% ผลกระทบน้ำท่วมจำกัด พร้อมวางเป้าหมาย SET Index ปีหน้าที่ระดับ 1,715 จุด
 
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Investment Strategy & Research บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เปิดเผยว่า ภาพการลงทุนในไตรมาส 4/2569 สะท้อนปัจจัยมหภาคมีความเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ธนาคารกลางหลักกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้าง Chain of Risk จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ส่งต่อไปยังเงินเฟ้อ ตลอดจนการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย ต้นทุนทางการเงิน และค่าเงินบาท จึงเป็นช่วงเวลาที่ผู้ลงทุนต้องติดตามสัญญาณสำคัญหลายด้านควบคู่กัน โดยในภาวะดังกล่าวการลงทุนในตลาดพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ที่มีความทนทานต่อภาวะดอกเบี้ยสูง และมีปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง จึงมีความน่าสนใจมากกว่าตลาดเกิดใหม่ อย่างไรก็ตาม ห่วงโซ่ความเสี่ยงดังกล่าวสามารถเปลี่ยนทิศได้หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
 
สำหรับตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับประโยชน์จากการเร่งเบิกจ่ายและการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ (Domestic Plays) ดังนั้นกลยุทธ์ในช่วงนี้จึงควรเพิ่มความระมัดระวัง แต่ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการลงทุน เลือกกลุ่มอุตสาหกรรมหุ้นคุณภาพดี และกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสม ส่วนผลกระทบจากน้ำท่วมในบางพื้นที่ในกรุงเทพฯที่เกิดขึ้นล่าสุดมองว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยยังมีจำกัด และไม่มาก ซึ่งคาดว่ากระทบต่อจีดีพีไทยเพียง 0.1% เท่านั้น และเป็นผลกระทบในระยะสั้น ซึ่งไม่รุนแรงและยาวนานเหมือนกับน้ำท่วมเมื่อปี 2554 และไม่ได้มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก ในส่วนของเศรษฐกิจไทยก็มีโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ที่เข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบที่น้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย ภาพรวมของเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นจะเห็นการกลับมาฟื้นตัว
 
ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมีการขายออกมาต่อเนื่อง มองว่า เป็นการไหลกลับของเม็ดเงิน หลังจากช่วงต้นไตรมาส 3/2569 เข้ามาเก็งกำไรจากการรายงานตัวเลขจีดีพีไทย และผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาดี แต่ปัจจุบันที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นหลังจากเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง เนื่องจากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ตามการคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐที่เป็นขาขึ้น และค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติมีการไหลออกไปจากตลาดหุ้นไทย
 

ด้านดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ InnovestX กล่าวว่า InnovestX ยังคงประมาณการตัวเลขจีดีพีของไทยในปี 2569 และ 2570 จะเติบโตที่ระดับ 2.0% แม้เผชิญอุทกภัยกรุงเทพมหานคร เพราะน้ำท่วมรอบนี้ต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่ (local rainfall) ไม่ใช่มวลน้ำเหนือขนาดใหญ่ ผลกระทบจึงจำกัดวงและ กระจุกอยู่ในไตรมาส 3 เป็นหลัก รวมทั้งยังมีมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ที่จะเข้ามาช่วยหักล้างได้
 
ขณะที่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจยังเติบโตแบบ K-shaped โดยมีการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกจากกระแส AI เป็นแรงหนุน ก่อนที่ในปี 2570 แรงขับเคลื่อนจะย้ายไปสู่ภาครัฐและการบริโภคมากขึ้น ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตา คือ ราคาน้ำมันที่ได้ปรับสมมติฐานเฉลี่ยปี 2569 และ 2570 ขึ้นเป็น 90 และ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลตามลำดับ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก และผลตอบแทนพันธบัตรที่มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินในช่วงต่อไป
 

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน InnovestX กล่าวว่า แม้ปัจจัยมหภาคจะมีความเปราะบาง แต่ภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังมีแรงสนับสนุนตลาดหุ้นในภาพรวม โดยประมาณการ EPS ของตลาดหุ้นไทยได้รับการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มพลังงานขณะที่ในระดับโลก การเติบโตของกำไรเริ่มกระจายออกจากกลุ่มเทคโนโลยีไปสู่อุตสาหกรรมอื่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังตลาดปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่ง Upside เริ่มจำกัด ประกอบกับความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ นโยบายการเงิน และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงเอลนีโญ และราคาชิปที่เพิ่มขึ้นซ้ำเติมหากราคาพลังงานไม่ลดลง จึงควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคาและรอจังหวะเข้าลงทุน โดยมองว่าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐจะเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามอิหร่านได้
 
ทั้งนี้ InnovestX ตั้งเป้าหมาย SET Index ปี 2570 ที่ 1,715 จุด จากภาพเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งขึ้น การลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่บริเวณ 1,550 จุด เป็นระดับที่เริ่มมีความน่าสนใจสำหรับการทยอยสะสม กลยุทธ์ยังเน้นหุ้นที่มีงบดุลแข็งแกร่ง มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกจำกัด และมีความชัดเจนของกำไร สำหรับหุ้นเด่น ได้แก่ AMATA , CENTEL , CRC , KTB และ PR9 ในส่วนของหุ้นต่างประเทศมองไปที่หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI เช่น Google , Amazon , Nvidia , Tencent , Alibaba
 
ส่วนกลุ่ม Semiconductor เน้นที่คอขวด หรือได้แรงหนุนจากรัฐบาลจีนที่ใช้ชิปในประเทศอย่าง Lumentum , Naura , SMIC , Biren และ ควรจะมีการกระจายความเสี่ยงนอกกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นแนวตั้งรับอย่าง Hong Kong Exchange & Clearing , Visa , AIA , Walmart , Iberdrola , China Mobile และ ธีมปันผลอย่าง Verizon , AXA , Enel , ICBC และ Hang Seng High Dividend (HSHD23)
 

ขณะที่นายจรณพงศ์ รัตนะโสภา Head of Investment Product Specialist InnovestX กล่าวว่า ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี InnovestX แนะนำกองทุน M-SCHD ที่ลงทุนผ่าน Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) ที่มุ่งลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มปันผลคุณภาพ นอกจากจะเน้นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีความสม่ำเสมอในการจ่ายปันผลแล้ว ยังช่วยกระจายการลงทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจน โดยปัจจุบัน SCHD มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีน้อยกว่า 10% เทียบกับ S&P 500 ที่มีสัดส่วนเกือบ 40%
 
ในด้านผลตอบแทนในปีนี้ SCHD สามารถปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าดัชนี S&P 500 สะท้อนให้เห็นว่าผลตอบแทนในปีนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในหุ้นเทคโนโลยี แต่หุ้นปันผลคุณภาพสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นเช่นกัน อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ของ SCHD กับ S&P 500 ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 0.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดตั้งในปี 2554 หมายความว่าการเคลื่อนไหวของหุ้นในกลุ่มนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมน้อยลง จึงช่วยเพิ่มมิติของการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตได้
 
อย่างไรก็ตาม นอกจากกองทุน M-SCHD ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน Exclusive ค่าธรรมเนียมต่ำของ InnovestX แล้ว ยังมีทางเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับการลงทุนระยะยาว อย่างกองทุน M-SCHG ลงทุนใน Schwab U.S. Large-Cap Growth ETF (SCHG) เพื่อเข้าถึงหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่มีศักยภาพการเติบโต โดยเป็นกองทุน Exclusive เช่นกัน รวมถึงมี DR23 ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึง ETF สหรัฐฯ ภายใต้แบรนด์ iShares ของ BlackRock ผ่าน 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ IVV23 อ้างอิง S&P 500, IQQ23 อ้างอิง Nasdaq-100 และ SOXX23 อ้างอิงกลุ่ม Semiconductor