Phones





GBS ชี้เป้าลงทุน 6 หุ้นเด่นรับงบ Q4 แจ่ม

2026-02-03 14:28:41 75



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - GBS คาดดัชนี SET เดือนก.พ. 2569 เคลื่อนไหว Sideway Up ในกรอบ 1,280-1,400 จุด รับแรงหนุนจาก Election Rally และรัฐบาลใหม่เข้ามาเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้น TRUE, TACC, TASCO, STECON, CK และ WHA รับคาดการณ์งบไตรมาส 4/68 เด่น
 
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนก.พ. 2569 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยได้รับแรงหนุนจากกระแส Election Rally นักลงทุนยังคงคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดทุนไทยต่อเนื่อง รวมทั้งยังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยเชิงบวกจากต่างประเทศ โดยล่าสุดทางวุฒิสมาชิกเดโมแครตและรีพับลิกันร่วมกับทำเนียบขาวบรรลุข้อตกลงผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่าย 5 ฉบับ ช่วยคลายกังวลต่อเสถียรภาพการคลังสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน FED เผยแบบจำลอง GDPNow บ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาส 4/2568 ขยายตัวถึง 4.2% สะท้อนแรงส่งเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง
 
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนแสดงความคาดหวังว่ารัสเซียจะปฏิบัติตามข้อตกลง กับสหรัฐฯ เพื่อยุติการโจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครน ลดแรงกดดันต่อประชาชนในช่วงฤดูหนาว ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์และวุฒิสมาชิกเดโมแครตสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเชื่อมั่นต่อตลาดโลก
 
สำหรับเศรษฐกิจไทย กระทรวงการคลังรายงานเดือนธ.ค. 2568 ยังขยายตัวต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศและการส่งออก โดยดัชนี MPI โต 2.52% จากภาคยานยนต์และมาตรการรัฐ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางบวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยคาดปี 2569 จะขยายตัวเพียง 2.0% ลดลงจากปี 2568 ที่ 2.2% จากผลกระทบมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ และความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณรายจ่าย จึงคาดการณ์กรอบดัชนี SET ในเดือนนี้อยู่ที่ 1,280-1,400 จุด
 

อย่างไรก็ตามปัจจัยเชิงลบที่ส่งผลต่อการลงทุนก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. ของจีนที่ 49.3 ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่สหรัฐฯเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วน หลังสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติงบประมาณได้ทันเวลา เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพการคลัง รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกค่าเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จากกรณีข้อมูลภาษีรั่วไหลสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จัดให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังคู่ค้ารายใหญ่ที่ต้องจับตาพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตรา
 
ขณะที่สหรัฐฯ รายงานดัชนี PPI เดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 3.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน กดดันแนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินต่อไป นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้งทั่วไปรอดูโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ และ วันที่ 25 ก.พ. ประชุม กนง. ครั้งที่ 1/2569 ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตา อาทิ วันที่ 3 ก.พ. สหรัฐรายงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธ.ค. และวันที่ 17-18 มี.ค. ประชุม FED
 
ทั้งนี้ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มหุ้น TRUE, TACC, TASCO, STECON, CK และ WHA จากคาดการณ์ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2568 จะออกมาดี