ด้าน Mr. David Chao, Global Market Strategist, Asia Pacific ex Japan, Invesco กล่าวว่า นักลงทุนควรมีการทบทวนพอร์ตทุก 3 เดือนผ่าน 3 ขั้นตอน ได้แก่ ประเมินภาพเศรษฐกิจมหภาค: เศรษฐกิจโลกปี 2569 มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้มาก ซึ่งความกังวลเรื่องผลกระทบจากภาษีการค้าที่คาดว่าจะเข้ามากดดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจกำลังก้าวออกจากภาวะชะลอตัวเข้าสู่วัฏจักรการฟื้นตัวอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ (รวมถึงหุ้นไทยและเอเชีย) ที่ได้อานิสงส์ตรงจากดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า และหากต้องการลงทุนในธีมเทคโนโลยีหรือ AI ควรพิจารณากระจายไปที่หุ้นกลุ่ม China AI ของจีน ซึ่งมีความแตกต่างจากสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยเน้นการประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ ผสานเข้ากับหุ่นยนต์และภาคการผลิตขั้นสูง ซึ่งมี Use Case ในการสร้างรายได้ที่จับต้องได้จริง
ด้านนายวิรัตน์ วิทยศรีธาดา, CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุน และหัวหน้าทีม Krungsri Investment Intelligence ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นปีนี้ยังมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดี ทิศทางดอกเบี้ยขาลง ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และเม็ดเงินลงทุนใน AI ที่ยังคงสูง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความเสี่ยงเรื่อง Valuation ที่ตึงตัว การหมุนกลุ่มลงทุนจากความกังวลเรื่อง AI นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ และท่าทีของ Fed ที่ผ่อนคลายช้ากว่าคาด กรุงศรีจึงแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตโดยมี Global Equity เป็นแกนหลัก (Core Port) และหาจังหวะลงทุนระยะสั้น (Tactical) ในตลาด Non-US