Phones





คปภ. ชู 4 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนแผนประกันภัย

2026-02-24 12:59:59 59



นิวส์ คอนเน็คท์ - คปภ. เปิดแผนนโยบายและทิศทางการดำเนินปี 69 มุ่งยกระดับระบบประกันภัยจากเครื่องมือทางเลือก สู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงของประเทศ” และเป็น “National Risk Buffer” ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก “อึด – รับ – ทั่ว – ล้ำ” พร้อมนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการกำกับดูแล โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม OIC AI Submission Acceleration Platform (OIC ASAP) 

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ในปี 2569 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง โดยมุ่งยกระดับระบบประกันภัยจากเครื่องมือทางเลือก สู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงของประเทศ” และเป็น “National Risk Buffer” หรือกลไกรองรับแรงกระแทกจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้อย่างทั่วถึง ใช้เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน และให้ระบบประกันภัยไทยสามารถรองรับความเสี่ยงใหม่และภัยพิบัติขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2569 จึงเป็นปีแห่งการ “แปลงแผนสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” 

โดยสำนักงาน คปภ. จะดำเนินงานภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งการขับเคลื่อนในปี 2569 หัวใจคือการทำให้ระบบประกันภัยไทย “อึด – รับ – ทั่ว – ล้ำ” โดยมี คน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ข้อมูล เป็นฐานในการวิเคราะห์และกำหนดนโยบาย เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือในการยกระดับประสิทธิภาพ และ การบูรณาการ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านการติดตามและการวิเคราะห์ตามบริบทธุรกิจประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการดำเนินการที่สำคัญของสำนักงาน คปภ. ประจำปี 2569 แบ่งตามหมวดยุทธศาสตร์ตามแผน 5 ดังนี้

1. อึด = ยุทธศาสตร์ที่ 1 Stability สร้างระบบประกันภัยที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่ง ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง และพร้อมรับอนาคต การสร้างเสถียรภาพของระบบประกันภัยต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะการยกระดับการกำกับดูแลคนกลางประกันภัย ซึ่งเป็นด่านหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ประกอบด้วย 5 ประเด็น ได้แก่ ยกระดับการกำกับดูแลคนกลางประกันภัยสู่การกำกับเชิงป้องกัน , คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน ตั้งแต่ต้นน้ำของกระบวนการประกันภัย , ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสาขาบริษัทประกันภัยในส่วนภูมิภาค โดยเพิ่มการกำกับดูแลตาม Market Conduct , ยกระดับความมั่นคงของธุรกิจประกันภัยผ่านการกำกับดูแลแบบรวมกลุ่ม , ผลักดันให้เกิด Insurance Community และยกระดับไทยสู่ ASEAN Insurance Hub 

2. รับ = ยุทธศาสตร์ที่ 2 Resilience ระบบประกันภัยสามารถรองรับภัยขนาดใหญ่และความเสี่ยงใหม่ สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการเสริมความมั่นคงของระบบประกันภัยเพื่อรองรับภัยพิบัติที่มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยยกระดับการกำกับดูแลด้านการประกันภัยต่อ (Reinsurance) ซึ่งเป็น “กันชนทางการเงิน” สำคัญของระบบ ควบคู่กับการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงเชิงลึกเชื่อมโยงกับกรอบ ERM/ORSA เพื่อประเมินความสามารถในการรองรับความสูญเสียของทั้งระบบ พร้อมทั้งพัฒนากลไกบริหารความเสี่ยงภัยขนาดใหญ่ในระดับประเทศ และศึกษาแนวทางจัดตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติและความเสี่ยงขนาดใหญ่แห่งชาติ เพื่อรองรับความเสียหายในอนาคต ลดภาระงบประมาณภาครัฐ และช่วยให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและมั่นคง

3. ทั่ว = ยุทธศาสตร์ที่ 3 Inclusion ผลักดันการเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึงและรองรับสังคมสูงวัย โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้อย่างทั่วถึง ประกอบด้วย 3 ประเด็น ได้แก่ บริษัทประกันภัยออกกรมธรรม์แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) ยกระดับพื้นที่เป้าหมาย เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน และเสริมสร้างความรู้ด้านการประกันภัยให้แก่สื่อมวลชนและผู้สื่อสารสาธารณะ 

4. ล้ำ = ยุทธศาสตร์ที่ 4 Technology & Data-Driven ระบบนิเวศข้อมูลประกันภัยที่เชื่อมโยงและใช้เทคโนโลยีอย่างมี ความรับผิดชอบ ประกอบด้วย การพัฒนา AI เทคโนโลยีดิจิทัล และ Open Insurance เพื่อการกำกับดูแลยุคใหม่ โดยนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการกำกับดูแล โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม OIC AI Submission Acceleration Platform (OIC ASAP) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งและวิเคราะห์ข้อมูลจากภาคธุรกิจประกันภัย และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลผ่านระบบ OIC Gateway และ e-Custodian 

"การดำเนินการในทุกยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับการกำกับดูแล การพัฒนากลไกรองรับภัยพิบัติ การขยายการเข้าถึงระบบประกันภัย หรือการนำเทคโนโลยีมาใช้ ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม    ทั้งในด้านความมั่นคงทางการเงิน การได้รับความเป็นธรรม และการเข้าถึงระบบประกันภัยที่มีมาตรฐานและสามารถพึ่งพาได้จริง" นายชูฉัตร กล่าว