ทางด้านแผนยุทธศาสตร์ระยะสั้น (Short Term) CCET เดินหน้าต่อยอดจากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม EMS ขยายความเชี่ยวชาญด้านการผลิตไปสู่ New Business ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ AI Server และธุรกิจ CSP (Cloud Supply Provider) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของ AI Infrastructure ในปีนี้บริษัทกำลังเร่งจัดตั้งสายการผลิตผลิตภัณฑ์ AI Server ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ก่อนสิ้นไตรมาส 3/2569 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ CSP อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งสายการผลิต และเตรียมพร้อมที่จะเริ่มการผลิตในประเทศไทยภายในครึ่งหลังของปี 2569 นี้
นอกจากการขยายธุรกิจ AI Server และ CSP แล้ว CCET ยังอยู่ระหว่างสำรวจตลาดผลิตภัณฑ์พาวเวอร์ซัพพลายระดับไฮเอนด์เพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ โดยประกอบด้วยเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มผลิตแล้ว รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภท CRPS และ LVDC ที่อยู่ระหว่างการทดลองผลิต และคาดว่าจะเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทยังร่วมมือกับบริษัทในเครือเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ HVDC (High Voltage Direct Current) ระบบส่งกำลังไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ AI Server และช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระบบจ่ายไฟ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวจึงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องไปพร้อมกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure ในอนาคต โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มการผลิตภายในปี 2570 และคาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์พาวเวอร์ซัพพลายระดับไฮเอนด์ดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI
ในส่วนของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 5 ปี (Long Term) CCET ได้วางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรม โดยมีโครงการ Quantum Computing เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ ที่สำคัญ Quantum Computing เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะเข้ามาเสริมและเพิ่มศักยภาพของ AI Server เพื่อรองรับงานประมวลผลขนาดใหญ่และซับซ้อน ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาและผลิตเครื่องต้นแบบ(Sample Machine) ที่สามารถใช้งานได้แล้ว และอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาร่วมกับ ITRI (Industrial Technology Research Institute) ในไต้หวัน รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำในไต้หวัน โดยคาดว่าจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความก้าวหน้าและสามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้มากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเกิดใหม่นี้คาดว่าจะเปิดโอกาสให้ CCET สามารถขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยี AI ระดับสูงมากขึ้น